
อวสานความโรแมนติก หลังจูบดูดดื่มกับแฟนหนุ่ม สาวต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน เนื่องจากอาการอัมพาตครึ่งซีก หมอเตือนอย่าจูบตรงนี้!!!
จากการเปิดเผยของศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาล Minsheng General ประเทศไต้หวัน ระบุว่าผู้ป่วยหญิงวัย 20 ปี เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการอัมพาตที่ลำตัวด้านซ้าย และมีรอยแดงหลายแห่งที่คอ ต่อมาผลตรวจพบว่า มีอาการโรคหลอดเลือดสมองตีบ

ตามที่แฟนหนุ่มของเธอบอก ก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หญิงสาวยังคงมีสุขภาพดีอยู่ แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน “เขาก็ได้จูบที่คอของเธอ” และทิ้งรอยแดงไว้ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เริ่มมีอาการกล้ามเนื้อแขนและขาอ่อนแรง เขาจึงรีบพามาตรวจที่โรงพยาบาล
แพทย์อธิบายว่า อาการเช่นนี้มักเกิดขึ้นหลังจากการจูบที่คออย่างแรงหรือลึก จนทำให้เกิดรอยฟกช้ำสีแดงหรือม่วง ในกรณีนี้แฟนของเธอจูบเธออย่างแรงจนเกิดรอยดูดสีแดงตามหลอดเลือดแดงคอ นี่คือหลอดเลือดแดงที่วิ่งไปตามทั้งสองข้างของคอขึ้นไปจนถึงหู และส่งเลือดไปที่สมอง ใบหน้า และคอ ซึ่งการถูกกดทับมากเกินไป เช่น การจูบลึกๆ การจูบแรงๆ หรือการกัด อาจทำให้เกิดลิ่มเลือด ส่งผลให้เลือดคั่งในร่างกายทำให้เกิดภาวะขาดเลือดในสมอง และโรคหลอดเลือดสมองได้
แพทย์เตือนด้วยว่า กรณีเช่นนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากคนไข้ไม่ไปโรงพยาบาลและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้นย้ำว่าทุกคนควรเลิกนิสัยการจูบที่ลึกและรุนแรงบริเวณคอเสียที!!!
นอกจากความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแล้ว การจูบแรงเกินไปที่บริเวณลำคอ ยังอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ ได้อีก เช่น การติดเชื้อเริมที่ช่องปาก โรคนี้เกิดจากไวรัสและติดต่อได้ง่ายมาก มักทำให้ส่วนต่างๆ เช่น ริมฝีปาก เกิดอาการคัน แสบร้อน และมีตุ่มพอง

. ทั้งช็อกทั้งอาย! จู๋จี๋กันอยู่ดีๆ แฟนหนุ่มล้มหมดสติ หมอเตือน “อย่าจูบ” ร่างกายส่วนนี้แรงๆ
. พ่อด่าเดือด ลูกสาววัย 15 บนคอมี “รอยช้ำสีแดง” เจอร่ายยาวโต้กลับ ปัญหาเกิดจากใคร?!